มีใครบางคน

ที่พยายามจะเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

กับจิตใจของเด็กหนุ่ม

ผู้ที่อยู่ในวัยอันเป็นที่น่าเป็นห่วงของสังคม

 

แต่ธรรมชาติของสังคม  มักจะบิดเบือนความจริงที่บริสุทธ์

สังคมมักจะตัดสินผู้คนด้วยกระแสข่าว  กระแสมุมมองของผู้คน


บ้างรู้  บ้างไม่รู้แต่ก็ยังพูดไป

เพื่อที่จะเร่งสร้างความเข้าใจแบบ "สำเร็จรูป"

และเพื่อที่จะสรุปทุกอย่างให้เข้าใจง่าย

ตามหลักสันชาตญาณความ "ใคร่รู้" ของมนุษย์


แม้บางที สิ่งที่จะได้รับฟังมา

มันอาจจะจอมปลอมบ้าง

แต่ก็ยังดีกว่า  "ไม่รู้"


..........


........

 

 

 

เด็กหนุ่มยังเยาว์วัย

อาวุธที่อยู่ในมือช่างดูโหดร้าย

เขาพร้อมเข่นฆ่าผู้คนได้ทุกเมื่อ...


นั่นเป็นอีกประโยค  ที่สังคมนิยมจะเปรยออกมา เวลาอาจจะพบเห็น "เด็กหนุ่ม"

 

เขาคือ "เด็กหนุ่ม"

ไม่มีข้อแม้และกฏเกณฑ์ใดๆ อื่น ที่จะใช้อ้างให้เขาคว้าอาวุธ

หากมีเพียงเหตุผลที่ขังแน่นในจิตใจ


เพียงเหตุผลเดียว  ที่เขาพร้อมจะ "เข่นฆ่า"

.............

 

ชายฉกรรหยิบอาวุธที่วางอยู่มุมห้อง

เขายื่นมันให้เด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ

เขาใช้สีหน้าเคลือบแฝงความโหดร้ายไว้ภายใต้นั้น

หาใช่แต่ใบหน้าที่ดูเข้าใจ

แต่ด้วยคำพูดที่ลึกซึ้ง  กินใจ  และจบท้ายประโยคด้วยคำพูดแสดงอารมณ์โกรธแค้น


เด็กหนุ่มเข้าใจความหมายของมันเป็นอันดี

หากแต่ยังมีความสับสนหลายอย่างที่เขายังไม่แน่ใจพอ

เขายังนึกถึงอนาคตภายภาคหน้าของตนเอง

เขาคิดถึงบางสิ่งที่เขายังไม่ได้ประสบพบเห็น...

 

.............


ครั้งนี้เป็นครั้งแรก...

และเป็นครั้งเดียวของเด็กหนุ่ม...


เขาคาดหวังไว้เช่นนั้น


เพียงเสร็จสิ้นเรื่องราวทุกอย่าง

เขาเข้าใจว่า

ยังจะเหลือที่ว่างบนสังคมอื่นๆ

ที่จะยังพอมีที่เหลือให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย

 

แต่ไม่ใช่สังคมนี้...  ไม่ใช่วันนี้  ...

วันนี้เขาต้องจบเรื่องราวที่ค้างคาด้วยมือของเขาเอง


..............

 


เด็กหนุ่มเดินทางออกไปพร้อมอาวุธ

และเพื่อนคู่หูอีกคนหนึ่งที่ชายฉกรรแนะนำไว้ให้


เขาไม่รู้เลย  ว่าเพื่อนอีกคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน  ใยจะพร้อมช่วยเหลือชีวิตเขาได้ขนาดนี้


แต่ก็ช่างปะไร  ก็ยังดีกว่าลงมือคนเดียว...

 

 

..............

 


เมื่อถึงวัน  เวลา และสถานที่นัดหมาย


เด็กหนุ่มอีกคน  จัดแจงให้ทำตามแผนอย่างเคร่งครัด

 

เด็กหนุ่มกอดอาวุธ  นอนหลบอยู่ในพงไม้อย่างแน่นิ่ง

เขาหายใจถี่


หัวใจเต้นระรัว

เขากระสันหืดหอบ


เขาพยายามนึกถึงแรงกระตุ้นที่ทำให้เขามาทำสิ่งนี้...

 

เขาไม่รู้ว่าเพื่อนอีกคนกำลังทำอะไร

เพียงแต่เห็นไกลๆว่า

เขากำลังลากสายอะไรบางอย่างเข้าไปในป่า...


อีกไม่นานนัก

ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผน


เด็กหนุ่มยังตื่นกลัว

ความเกิดอาการไม่แน่ใจต่อสิ่งที่กำลังลงมือทำ

เขายังหายใจถี่รัว

 


เขาเหลือบดูนาฬิกาข้อมือ

แค่อึดใจเดียวเท่านั้น....

 

..............

 

 

 

 


..................

 


เสียงระเบิดดังคับป่า

ถนนถูกระเบิดเกิดเป็นหลุมขนาด 3 ฟุต


มันเป็นหลุมที่ใหญ่มาก

ใหญ่พอที่จะระบุแรงระเบิดความดันต่ำขนาด 2 กิโลกรัมที่ถูกฝังไว้ใต้ถนน

 

เด็กหนุ่มติ่นตกใจกระหืดกระหอบ

เขาทราบดีถึงหน้าที่ที่เขาต้องทำ


มันถึงเวลาของเขาแล้ว....


...............

 

เขาดึงลูกเลื่อนของอาวุธปืนที่จุลูกกระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตรไว้ภายใต้นั้น

นัดแรกถูกบรรจุเข้ารังเพลิงเรียบร้อย 

มันพร้อมทำงานเต็มที่ดังที่เขาคาดหวัง


สายตาเขาเพ่งมองออกไปยังจุดระเบิดเมื่อครู่


เขาเห็นชาย 4-5 คนในชุดลายพรางกำลังกระเสือกกระสนอยู่บนถนน


เขาเพ่งมองไปยังหนึ่งในนั้น...


หนึ่งในเป้าหมาย...


ไม่ใช่...

เขาคนนั้นคือเป้าหมาย...


หนึ่งในชายชุดลายพรางสีเขียวคนนั้น

นั่นคือเป้าหมาย!!!!

 

อาวุธถูกประทับพานท้ายเข้าที่หัวไหล่

สายตาเด็กหนุ่มที่คมขัดดั่งเหยี่ยวมองลอดออกไปยังศูนย์หลังของปืน


มันผ่านศูนย์หน้าที่ถูกปรับให้แน่ใจว่าตั้งตรงพอ

ที่จะจัดการศัตรูได้อย่างแม่นยำใน 1 นัด

 

เด็กหนุ่มหมุนปลดล็อกเกลียวให้อยู่ในตำแหน่ง "อัตโนมัติ"


อึดใจเดียว...


เพียงอึดใจเดียว!!!!


เขากำลังจะจบเรื่องราววุ่นวายที่มี

เขาจะสะสางบัญชีที่จดจำฝังแน่นในจิตใของเด็กหนุ่ม

เขาจะปลดปล่อยเหตุผลที่ทำให้เขาต้องยืนอยู่ในจุดๆนี้

 

.............


.............


.............

 

ในค่ำคืนที่ดูแสนจะมืดมิด

เสียงจิ้งหรีดเรไรก้องกังวาลไปทั่วป่า

เด็กหนุ่มกำลังจ้องอยู่หน้าเครื่องฉายโทรทัศน์อย่างเงียบเชียบสบายอารมณ์


ครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้ากำลังถกเถียงกันเรื่องอนาคตของเด็กหนุ่ม


...
บ้างก็อยากให้เขาศึกษาต่อที่เมืองหลวง

บ้างก็อยากให้เขารับช่วงกิจการสวนยางที่นี่

 

เด็กหนุ่มไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น

................

 

 

 


.......

ก่อนที่เสียงปืนจะระงมทั่วป่า...

 

มีเสียงชายหลายคนที่ส่งเสียงเป็นภาษาท้องถิ่น

และมีอีกหลายคนที่ส่งเสียงดังตะโกนเป็นภาษาเมืองหลวง

 

เสียงปืนดังสนั่นลั่นวุ่นวาย


เด็กหนุ่มอยู่กลางวงล้อมการต่อสู้ของสงครามอะไรซักอย่าง


กระสุนปืนตกลงที่บ้านของเขา

 


เครื่องโทรทัศน์ถูกกระสุนเจาะทะลุจนพรุน

 

บ้านที่เคยเงียบสงบ

ถูกลูกกระสุนปืนเจาะทะลุจนไม่มีเค้าโครงเดิม


เด็กหนุ่มหมอบอยู่กับพื้น


เขาไม่รู้อะไรทั้งสิ้น

 

.......

 

ชายกลางคนนอนจมกองเลือดอยู่ตรงบริเวณที่เขาเคยส่งเสียงอยู่เมื่อครู่

หญิงวัยกลางคนอีกคน  นอนอยู่เคียงข้างชายคนนั้นเช่นกัน


ทั้งสองถูกกระสุนเจาะทะลุร่างอย่างไร้ความปราณี...

 

.......

ภายใต้ดวงตาประกายที่เคยความสุขของเด็กหนุ่ม


หาได้มีความหม่นหมองอื่นใดจะเปรียบได้อย่างเช่นวันนี้

เขาไม่กล้าจะลุกขึ้นมาเพื่อจะพยุงชายหญิงคู่นั้น

 

 

.....................

 

.............

 


แล้วเด็กหนุ่มก็ลั่นไก

อาวุธได้ทำงานอย่างบ้าคลั่งดังที่มันถูกออกแบบมา


ชายในชุดลายพรางล้มลงนอนระเนระนาด

หนึ่งในนั้นได้ยิงปืนสวนออกมา...

 

.............

 

 

 

.............


ในสมัยเก่าแก่แต่ก่อน เกิดโรคระบาดที่ชื่อว่า "ฝีดาษ"

คร่าชีวิตประชาชนไปนับแสน

ทั้ง ไพร่ ทาส บริวาร เจ้าขุนมูลนาย ล้วยตาย "ห่า" กันหมด


เคยมีคนเชื่อว่า

โรคระบาดเหล่านี้

เกิดขึ้นมาจาก "ภูติผีปีศาจ"

 

..............

 

 

 

 

 

..........


ป.ล 

  ผมเขียนเรื่องนี้ไว้นานมากๆ  ตอนที่สถานการณ์ความรุนแรงของ 3 จังหวัดเริ่มซาลงในยกแรก

ตอนนั้น  พ่อของผม  มีความพยายามจะดันตัวเองลงไปรับใช้ชาติที่นั่นให้ได้  แต่ผมก็ยังคัดค้านท่าน

เพราะห่วงอยู่นัยๆ

  ตอนนี้  เพื่อนของผมบางคน  ก็กำลังจะลงไปรับใช้ชาติที่นั่นเหมือนกัน ...

ตอนจบของเรื่อง

ก็กะจะแอบจิ๊กเทคนิคของ ปราบดา หยุ่นมาใช้...

หวังว่าเจ้าตัวเค้าจะไม่ว่าอะไร...

 

ขอบคุณครับ

Tum-mo

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet